MEA EV Application แอปเดียวจบครบทุกเรื่องสำหรับคนใช้ รถยนต์ ไฟฟ้า

ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าเทรนด์ “รถยนต์ ไฟฟ้า” กำลังเปลี่ยนเป็นกระแสหลักของโลก หลายประเทศต่างตื่นตัวและก็หันมาให้ความสำคัญ จนกระทั่งมีการบัญญัติกฎหมายเกื้อหนุนรถยนต์ไฟฟ้าให้กลายเป็นยานพาหนะหลักของประเทศ เป็นต้นว่า จีนที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการร่างนโยบายห้ามไม่ให้มีการผลิตและก็ขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันทุกประเภท ประเทศอินเดียก็กำหนดเป้าหมายจะใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนที่รถทุกประเภทที่ใช้น้ำมันให้ได้ทั้งประเทศภายในปี 2030 อังกฤษเริ่มมีนโยบายสั่งห้ามการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและเบนซินตั้งแต่ปี 2040 เป็นต้นไป เพื่อแก้ปัญหามลพิษ รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน เพราะล่าสุดกระทรวงการคลังได้ประกาศราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับรถยนต์คือรถยนต์ไฟฟ้า EV เต็มรูปแบบได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตลงเหลือ 2% (ซึ่งเป็นอัตราการเสียภาษีอากรที่ต่ำที่สุด ในบรรดารถยนต์ทุกประเภท)

MEA EV Application แอปเดียวจบครบทุกเรื่องสำหรับคนใช้รถยนต์ไฟฟ้า

เพื่อเป็นการเกื้อหนุนให้พลเมืองสามารถใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มรูปแบบและสะดวกสบายที่สุด การไฟฟ้านครหลวงจึงได้เปิดตัว MEA EV แอปพลิเคชันที่คนใช้รถยนต์ไฟฟ้าต้องมี เพราะครบทุกเรื่องที่ควรรู้ ทั้งเรื่องของจุดชาร์จรถที่สามารถค้นหาได้จาก Google Map แบบเรียลไทม์ รวมถึงดูว่าแต่ละสถานีใช้หัวชาร์จแบบใด

MEA EV แอปพลิเคชัน ที่ กฟน.พัฒนาขึ้นเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ได้ดีทั้งใน iOS และ Android ทำหน้าที่ค้นหาสถานีชาร์จรถ ของการไฟฟ้านครหลวง (MEA), บริษัท EA Anywhere (EA) และทุกค่ายในประเทศไทยที่เชื่อมโยงกับข้อมูลของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ที่ได้ลงทะเบียนไว้ พร้อมแสดงเส้นทางไปยังสถานีชาร์จด้วยแผนที่ GIS ร่วมกับการนำทางของ Google Application รวมถึงสามารถจองสถานีชาร์จได้ นอกจากนี้ยังสามารถสั่ง เริ่ม-หยุด ชาร์จไฟฟ้าได้อีกด้วย

นอกจากเรื่องแอปพลิเคชัน กฟน.ยังได้พัฒนาระบบจัดแจงการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าให้เป็นเครือข่ายเพื่อการควบคุมและตรวจสอบสถานะของเครื่องอัดประจุไฟฟ้าให้สามารถรองรับธุรกิจต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้สอดรับกับนโยบาย Thailand 4.0

ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ กฟน.การเป็นผู้นำส่งเสริมธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าทั้งประเภทปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle : PHEV) และประเภทแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ทั่วประเทศตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้รวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านคัน ภายในปี พ.ศ. 2579

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *